อัปเดตตามขั้นบันไดภาษี 2569 พร้อมค่าลดหย่อนครบ
เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด
สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
สูงสุด 100,000 บาท (รวมกับประกันสุขภาพตัวเองไม่เกิน 100,000)
สูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000)
สูงสุด 15,000 บาท
สูงสุด 100,000 บาท
สูงสุด 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่นๆ
คนละ 30,000 บาท สูงสุด 2 คน (รวม 60,000)
ช่วงต้นปีภาษี (มกราคม–มีนาคม) คนทำงานทุกคนต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว หรือฟรีแลนซ์ที่จ่ายภาษีเอง สิ่งที่หลายคนพลาดคือ มีค่าลดหย่อนจำนวนมากที่ใช้ได้แต่ลืมกรอก ทำให้จ่ายภาษีเกินความจำเป็นหลักหมื่นบาท
เครื่องมือ คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของ Savcurv ใส่แค่เงินได้ทั้งปี สถานะการสมรส จำนวนบุตร และตัวเลขค่าลดหย่อนที่ใช้จริง ระบบจะคำนวณเงินได้สุทธิ ภาษีที่ต้องจ่าย และรายละเอียดตามขั้นบันไดให้เห็นทันที พร้อมเปรียบเทียบว่าถ้าใช้ลดหย่อนเพิ่ม จะประหยัดภาษีได้อีกเท่าไหร่
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยเป็นแบบ ก้าวหน้า (Progressive Tax) คือรายได้ช่วงแรก ๆ จะเสียภาษีอัตราต่ำ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเงินได้สุทธิสูงขึ้น สำหรับปีภาษี 2569 (ยื่นต้นปี 2570) ใช้ขั้นบันได 8 ขั้นดังนี้
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 | 0% |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% |
หมายเหตุ: เงินได้สุทธิ คือ เงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่าย (กรณีไม่มีเอกสาร) หักค่าลดหย่อนส่วนบุคคลและค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว ไม่ใช่เงินเดือนก่อนหักภาษี
ผลลัพธ์จะแสดงเป็น 3 ส่วน: ภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละขั้นบันได, เงินได้สุทธิคงเหลือ, และจำนวนภาษีที่ประหยัดได้จากการใช้ค่าลดหย่อนเทียบกับกรณีไม่ใช้เลย
สมมติทำงานประจำ เงินเดือน 50,000 บาท × 12 = 600,000 บาท/ปี สถานะโสด ไม่มีบุตร ใช้ลดหย่อนดังนี้
รวมค่าลดหย่อน = 384,000 บาท
เงินได้สุทธิ = 600,000 – 384,000 = 216,000 บาท
คิดภาษีตามขั้นบันได:
ภาษีที่ต้องจ่าย ≈ 3,300 บาท/ปี
ถ้าไม่ใช้ลดหย่อนเลย (เฉพาะ 60,000 ส่วนบุคคล) เงินได้สุทธิ = 540,000 เสียภาษี 22,500 บาท ประหยัดได้ 19,200 บาท จากการลงทุน RMF/SSF และทำประกัน
รายการค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีจำนวนมาก สรุปเฉพาะที่คนทำงานทั่วไปใช้บ่อย:
| รายการ | เพดานสูงสุด | เงื่อนไขหลัก |
|---|---|---|
| ส่วนบุคคล | 60,000 บาท | ทุกคน |
| คู่สมรส | 60,000 บาท | สมรสจดทะเบียน ไม่มีรายได้เกิน 30,000/ปี |
| บุตร | 30,000 บาท/คน | สูงสุด 3 คน อายุไม่เกิน 25 ปี |
| RMF | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 | ถือ ≥5 ปี ขายได้ตอนอายุ 55+ |
| SSF | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 | ถือ ≥10 ปี |
| รวม RMF+SSF+กอส.+ประกันสังคม | ไม่เกิน 500,000 | ถ้าเกิน ระบบจะ cap ให้อัตโนมัติ |
| ThaiESG | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 100,000 | ใช้ได้ถึง 31 ธ.ค. 2575 |
| ประกันชีวิต | 100,000 บาท | กรมธรรม์ ≥10 ปี บริษัทในไทย |
| ประกันสุขภาพตัวเอง | 25,000 บาท | รวมชีวิต+สุขภาพไม่เกิน 100,000 |
| ประกันสุขภาพพ่อแม่/พ่อแม่คู่สมรส | 15,000 บาท | แยก cap จากข้างบน |
| ดอกเบี้ยกู้บ้าน | 100,000 บาท | กู้ซื้อที่อยู่อาศัยในไทย |
| เงินบริจาค | 10% ของเงินได้สุทธิหลังลดหย่อน | สถานีสาธารณกุศล/การศึกษา 2 เท่า |
| ค่าดูแลพ่อแม่อายุ ≥60 | 30,000 บาท/คน | สูงสุด 2 คน (60,000 บาท) ต้องมีรายได้ |
Cap สำคัญที่ต้องจำ: RMF+SSF+กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ+ประกันสังคม รวมกันห้ามเกิน 500,000 บาท ถ้าใส่เกิน ระบบจะ cap ส่วนเกินให้อัตโนมัติ ส่วนประกันชีวิต+สุขภาพตัวเอง รวมกันห้ามเกิน 100,000 บาท ถ้าเกิน ระบบจะ cap ที่ประกันสุขภาพก่อน
เงินได้สุทธิ คือ เงินได้ทั้งปี หักค่าใช้จ่าย (กรณีไม่มีเอกสาร) แล้วหักค่าลดหย่อนส่วนบุคคล ค่าลดหย่อนคู่สมรส บุตร และค่าลดหย่อนอื่น ๆ เช่น RMF SSF ประกันชีวิต บริจาค เงินได้สุทธิคือฐานที่นำไปคิดภาษีตามขั้นบันได
เงินเดือน 15,000 บาท/เดือน ตลอดทั้งปี = 180,000 บาท หักค่าลดหย่อน 60,000 เหลือเงินได้สุทธิ 120,000 ซึ่งอยู่ในขั้น 0% จึงไม่ต้องเสียภาษี แต่พนักงานประจำมักถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้บ้าง ต้องยื่นแบบเพื่อขอคืนหรือจ่ายเพิ่มตามจำนวนจริง
ได้ แต่ต้องไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด เช่น ซื้อประกันชีวิต 50,000 บาท แต่เงินได้ 250,000 บาท/ปี ก็ลดหย่อนได้ 50,000 เต็มจำนวน เพราะไม่เกิน cap ที่ 100,000 บาท
ถ้าบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 22,500 บาท แต่คำนวณได้ 3,300 บาท = ได้คืน 19,200 บาท ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 ภายใน 31 มีนาคม ของปีถัดไป กรมสรรพากรจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีภายใน 30-60 วัน
ฟรีแลนซ์ไม่มีบริษัทหัก ณ ที่จ่าย ต้องจ่ายภาษีเอง วิธีคิด: เงินได้ทั้งปี × 50% (ค่าใช้จ่ายเหมา) ลบค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ แล้วคิดตามขั้นบันได ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษี 2 ครั้ง: ครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) มิถุนายน และ สิ้นปี (ภ.ง.ด. 90) มีนาคม
RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) ต้องถือ ≥5 ปี ขายได้ตอนอายุ 55+ ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม) ต้องถือ ≥10 ปี ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท ทั้งคู่รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
เพราะถ้าคำนวณผิด อาจเสียภาษีเกินจำเป็น หรือลืมค่าลดหย่อนบางรายการ เช่น หลายคนลืมลดหย่อนดอกเบี้ยกู้บ้าน หรือลืมลดหย่อนค่าดูแลพ่อแม่ ถ้าใช้เครื่องมือของเรากรอกครบ จะเห็นทันทีว่าประหยัดได้เท่าไหร่
ขึ้นกับสถานการณ์ ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้ ยื่นร่วมได้ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท แต่ถ้าทั้งคู่มีรายได้ใกล้เคียงกัน ยื่นแยกมักดีกว่า เพราะคนรายได้สูงโดดขั้นบันไดสูง ลองคำนวณทั้งสองแบบแล้วเทียบผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจ
ลองใส่ตัวเลขเงินได้และค่าลดหย่อนด้านบน แล้วกดคำนวณ รู้ทันทีว่าภาษีที่ต้องจ่ายปีนี้เท่าไหร่ ประหยัดได้กี่บาทจากการใช้ลดหย่อน ใช้ได้ฟรีที่ savcurv.com
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"