โฆษณา

คำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสม เงินสมทบ และภาษีเมื่อออกจากงาน

โปรแกรมคำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กราฟผลลัพธ์

เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด

คำนวณเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

คำนวณเงินสะสมจากการออมรายเดือน พร้อมเงินสมทบจากนายจ้าง

ยอดรวมกองทุน :
0
เงินสะสมของตน
0
เงินสมทบนายจ้าง
0
เงินต้นสะสมรวม
0
ผลประโยชน์รวม
0
สิทธิยังไม่ได้รับ
0
เงินสะสมต่อเดือน
0

คำนวณภาษีเงินกองทุนเมื่อออกจากงาน

ประเมินภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละกรณีเมื่อรับเงินกองทุน

เงินสะสมของตน (ไม่เสียภาษี) :
0
เงินที่ต้องเสียภาษี: 0 บาท
กรณีที่ 1: ออกก่อน 5 ปี
รวมกับเงินได้ปกติ เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า
0
รับสุทธิ: 0
กรณีที่ 2: ออกหลัง 5 ปี (อายุ < 55)
ยื่นแยก ลดหย่อนพิเศษ (7,000 × ปีทำงาน) / 2
0
รับสุทธิ: 0
กรณีที่ 3: อายุ 55+ และสมาชิก 5 ปี+
ยกเว้นภาษีทั้งจำนวน
0
รับสุทธิ: 0

ตารางเงินสะสมในแต่ละปี

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คืออะไร?

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า PVD คือกองทุนเกษียณอายุที่จัดตั้งโดยความสมัครใจระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 เป้าหมายคือช่วยให้พนักงานมีเงินเก็บไว้ใช้หลังออกจากงานหรือเกษียณอายุ

องค์ประกอบของเงินกองทุน

เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบ่งออกเป็น 4 ส่วน:

  • เงินสะสมของสมาชิก (ส่วนที่ 1): เงินที่หักจากเงินเดือนของลูกจ้างทุกเดือน ตั้งแต่ 2-15% ของค่าจ้าง
  • ผลประโยชน์ของเงินสะสม (ส่วนที่ 2): ผลตอบแทนที่เกิดจากการนำเงินสะสมไปลงทุน
  • เงินสมทบของนายจ้าง (ส่วนที่ 3): เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนให้ ตั้งแต่ 2-15% ของค่าจ้าง
  • ผลประโยชน์ของเงินสมทบ (ส่วนที่ 4): ผลตอบแทนจากเงินสมทบของนายจ้าง

อัตราสะสมและสมทบ

กฎหมายกำหนดให้อัตราสะสมและสมทบอยู่ระหว่าง 2% ถึง 15% ของค่าจ้าง แต่ละบริษัทกำหนดเองตามข้อบังคับกองทุน โดยทั่วไปบริษัทจะกำหนดให้ลูกจ้างและนายจ้างสมทบในอัตราเท่ากัน เช่น ลูกจ้างสะสม 3% นายจ้างสมทบ 3%

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

การออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 แบบ:

  • ลดหย่อน: เงินสะสมสูงสุด 10,000 บาท/ปี นำมาหักลดหย่อนภาษีได้
  • ยกเว้นเงินได้: ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000 บาท/ปี ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้เสียภาษี

เงินสมทบนายจ้างและการครบสิทธิ (Vesting)

เงินสมทบของนายจ้างไม่ได้รับทันที ต้องทำงานจนครบเงื่อนไขการครบสิทธิที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน โดยทั่วไปบริษัทจะกำหนดให้ครบสิทธิเต็มที่หลังทำงาน 3-5 ปี

ภาษีเมื่อรับเงินกองทุน

กรณีที่ 1: ลาออกก่อนอายุ 55 ปี และเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปี

เงินส่วนที่ 2-4 ต้องนำไปรวมกับเงินได้ประจำปี เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าปกติ

กรณีที่ 2: ลาออกก่อนอายุ 55 ปี แต่เป็นสมาชิก 5 ปีขึ้นไป

ได้สิทธิยื่นภาษีแยก โดยเงินที่ต้องเสียภาษีจะถูกลดลงตามสูตร:

ฐานภาษี = [เงินส่วนที่ 2-4 - (7,000 x ปีที่ทำงาน)] / 2

กรณีที่ 3: อายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่อง

ยกเว้นภาษีทั้งจำนวน

เคล็ดลับใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้คุ้มค่า

  • สะสมสูงสุดที่บริษัทกำหนด -- ถ้าบริษัทสมทบเท่ากัน ยิ่งสะสมมาก ยิ่งได้เงินนายจ้างมาก
  • อย่าลาออกก่อนครบสิทธิ -- เงินสมทบนายจ้างจะหายไปตามสัดส่วนที่ยังไม่ครบสิทธิ
  • อดทนให้ครบ 5 ปี -- ถ้าลาออกหลัง 5 ปี ได้สิทธิยื่นภาษีแยก ประหยัดภาษีมาก
  • เลื่อนให้อยู่จนถึง 55 ปี -- ถ้าทำได้ ยกเว้นภาษีทั้งหมด
โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น