โฆษณา

คำนวณดอกเบี้ยโรงรับจำนำ รัฐ vs เอกชน — คำนวณก่อนจำนำ

คำนวณดอกเบี้ยโรงรับจำนำ

เปรียบเทียบดอกเบี้ยโรงรับจำนำรัฐ vs เอกชน ก่อนตัดสินใจจำนำ

กราฟเปรียบเทียบดอกเบี้ย

โรงรับจำนำรัฐ vs เอกชน — ดอกเบี้ยต่อเดือนและรวม

จำนวนเงินที่ได้จากการจำนำ 100 - 100,000 บาท

โรงรับจำนำส่วนใหญ่กำหนดไม่เกิน 4-5 เดือนต่อสัญญา

โรงรับจำนำคืออะไร

โรงรับจำนำหรือสถานธนานุเคราะห์เป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คนที่ต้องการเงินด่วนได้รับเงินต้นโดยใช้สิ่งของหรือทรัพย์สินเป็นค้ำประกัน เช่น ทองคำ เครื่องประดับ นาฬิกา หรือโทรศัพท์มือถือ ข้อดีคือไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ไม่ตรวจเครดิต และได้เงินเร็ว แต่ข้อเสียคือต้องเสียดอกเบี้ยทุกเดือนถ้าไม่ไถ่ถอน และถ้าขาดส่งดอกเกินกำหนดอาจสูญเสียทรัพย์สิน

อัตราดอกเบี้ยโรงรับจำนำรัฐ (สถานธนานุเคราะห์)

โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยรัฐบาล เช่น สถานธนานุเคราะห์ มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเอกชน โดยคิดแบบขั้นบันไดดังนี้:

  • เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท: ดอกเบี้ย 0.25% ต่อเดือน
  • 5,001 – 10,000 บาท: ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน
  • 10,001 – 20,000 บาท: ดอกเบี้ย 1.00% ต่อเดือน
  • 20,001 – 100,000 บาท: ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน

ตัวอย่าง: จำนำ 20,000 บาท 4 เดือน → ดอกเบี้ยต่อเดือน = 20,000 × 1.00% = 200 บาท/เดือน รวม 4 เดือน = 800 บาท รวมคืนทั้งหมด = 20,800 บาท

อัตราดอกเบี้ยโรงรับจำนำเอกชน

โรงรับจำนำเอกชนมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าแต่มักให้วงเงินจำนำสูงกว่า หรือรับทรัพย์สินหลากหลายกว่า อัตราดอกเบี้ยกฎหมายกำหนดไว้ดังนี้:

  • เงินต้นไม่เกิน 2,000 บาท: ดอกเบี้ย 2.00% ต่อเดือน
  • เงินต้นเกิน 2,000 บาท: ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน

ตัวอย่าง: จำนำ 20,000 บาท 4 เดือน → ดอกเบี้ยต่อเดือน = 20,000 × 1.25% = 250 บาท/เดือน รวม 4 เดือน = 1,000 บาท รวมคืนทั้งหมด = 21,000 บาท

เอกชนบางแห่งอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินทรัพย์สิน ค่าดำเนินการ ควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนจำนำ

รัฐ vs เอกชน เลือกอย่างไร

หัวข้อรัฐเอกชน
ดอกเบี้ยต่ำ (0.25-1.25%)สูงกว่า (1.25-2.00%)
วงเงินจำนำไม่เกิน 100,000 บาทไม่จำกัด (ตามแต่ร้าน)
สิ่งของที่รับทอง เครื่องเงิน ของมีค่าหลากหลายกว่า (โทรศัพท์ นาฬิกา กระเป๋า)
ความปลอดภัยมาตรฐานสูงแล้วแต่ร้าน
ความยืดหยุ่นกำหนดตามกฎหมายอาจยืดหยุ่นกว่า

ตัวอย่างการคำนวณ

จำนำทอง 1 บาท ได้เงิน 50,000 บาท 6 เดือน ที่รัฐ:

  • ดอกเบี้ยต่อเดือน = 50,000 × 1.25% = 625 บาท
  • ดอกเบี้ยรวม = 625 × 6 = 3,750 บาท
  • รวมคืนทั้งหมด = 50,000 + 3,750 = 53,750 บาท

จำนำทอง 1 บาท ได้เงิน 50,000 บาท 6 เดือน ที่เอกชน:

  • ดอกเบี้ยต่อเดือน = 50,000 × 1.25% = 625 บาท
  • ดอกเบี้ยรวม = 625 × 6 = 3,750 บาท
  • รวมคืนทั้งหมด = 50,000 + 3,750 = 53,750 บาท

ในกรณีนี้ดอกเบี้ยเท่ากัน เพราะอยู่ใน tier 1.25% ทั้งคู่ แต่ถ้าจำนำ 5,000 บาท รัฐจะคิด 0.25% = 12.50 บาท/เดือน ในขณะที่เอกชนจะคิด 1.25% = 62.50 บาท/เดือน ต่างกัน 5 เท่า

ข้อควรรู้ก่อนจำนำ

  • ระยะเวลาจำนำ: ส่วนใหญ่กำหนดไม่เกิน 4-5 เดือนต่อสัญญา ต่ออายุได้โดยจ่ายดอกเบี้ย
  • การไถ่ถอน: ต้องนำตั๋วจำนำ พร้อมเงินต้นและดอกเบี้ยมาคืน ถ้าทำตั๋วหายต้องแจ้งความและมีค่าธรรมเนียม
  • ขาดส่งดอก: ถ้าไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนภายในกำหนด ทรัพย์สินจะถูกนำออกประมูลขาย
  • ราคาประเมิน: โรงรับจำนำจะประเมินราคาทรัพย์สินต่ำกว่าราคาตลาด มักได้เงิน 60-80% ของมูลค่า
  • ค่าธรรมเนียม: บางแห่งมีค่าประเมิน ค่าดำเนินการ ค่าจัดเก็บ เช็คให้ครบ

คำถามที่พบบ่อย

จำนำทอง 1 บาทได้เท่าไหร่ ขึ้นกับราคาทองวันนั้น โดยทั่วไปได้ประมาณ 60-80% ของราคาทองคำแท่ง ถ้าราคาทอง 35,000 บาท/บาททอง อาจได้เงิน 20,000-28,000 บาท

จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนหรือตอนไถ่ถอน ทั้งสองแบบได้ ถ้าจ่ายดอกทุกเดือนจะต่ออายุสัญญาได้ ถ้ารวมจ่ายตอนไถ่ถอนต้องจ่ายดอกสะสมทั้งหมด

จำนำที่ไหนดีกว่า รัฐหรือเอกชน ถ้าเงินต้นไม่เกิน 100,000 และเป็นทองคำ รัฐดอกถูกกว่า ถ้าต้องการวงเงินสูงหรือจำนำของอื่น เอกชนอาจเป็นทางเลือก

ถ้าไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดจะเป็นยังไง ทรัพย์สินจะถูกนำออกประมูลขาย ถ้าขายได้เกินเงินต้นและดอก จะได้เงินส่วนเกินคืน ถ้าขายได้น้อยกว่าอาจต้องชำระส่วนต่างเพิ่ม

จำนำแล้วเสียดอกเบี้ยเท่าไหร่ถึงเท่าเงินต้น ถ้าดอก 1.25%/เดือน ใช้เวลาประมาณ 80 เดือน (6 ปี 8 เดือน) ดอกเบี้ยจะเท่าเงินต้น ดังนั้นควรไถ่ถอนโดยเร็วที่สุด

ลองกรอกเงินต้น ระยะเวลา และเลือกประเภทโรงรับจำนำด้านบน แล้วดูว่าจะเสียดอกเบี้ยเท่าไหร่ ครับ

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น