โฆษณา

คำนวณค่าล่วงเวลา OT 1.5 เท่า 2 เท่า 3 เท่า

โปรแกรมคำนวณค่าล่วงเวลา ตามกฎหมายแรงงานไทย

คำนวณ OT วันทำงาน ค่าทำงานในวันหยุด และ OT ในวันหยุดจากค่าจ้างจริงของคุณ พร้อมเทียบทั้ง 3 สถานการณ์ในหน้าเดียว

เปรียบเทียบค่าจ้างสำหรับชั่วโมงชุดเดียวกัน

ดูความต่างของ OT วันทำงาน ทำงานในวันหยุด และ OT ในวันหยุด จากฐานค่าจ้างเดียวกัน

เงินเดือน ÷ 30 ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน

OT วันทำงานปกติจ่ายไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง

ยอดรวมที่ควรได้สำหรับชั่วโมงชุดนี้
0 บาท

ระบบคำนวณให้อัตโนมัติจากค่าจ้างและประเภทชั่วโมงที่เลือก

ฐานค่าจ้างต่อชั่วโมง
0 บาท
ตัวคูณตามกฎหมาย
0 เท่า
ค่าจ้างตามกฎหมาย
0 บาท
เบี้ยกะรวม
0 บาท
เงินรวมของชั่วโมงชุดนี้
0 บาท
สูตรที่ใช้
คำอธิบายผลลัพธ์
สถานการณ์ ตัวคูณ ค่าจ้างตามกฎหมาย เบี้ยกะรวม ยอดรวม

ค่าล่วงเวลา คืออะไร ตามกฎหมายแรงงานไทย

ค่าล่วงเวลา (Overtime Pay) คือเงินค่าจ้างส่วนเพิ่มที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อทำงานเกินเวลาปกติ รวมถึงกรณีทำงานในวันหยุด หลักการนี้กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 61 และ 63 โดยแบ่งอัตราเป็น 3 ระดับ คือ วันทำงานปกติ 1.5 เท่า วันหยุด 2 เท่า และค่าล่วงเวลาในวันหยุด 3 เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมงที่ใช้เป็นฐาน

ในทางปฏิบัติ ลูกจ้างหลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองควรได้เท่าไหร่ เพราะมีตัวแปรหลายอย่าง ทั้งรูปแบบค่าจ้าง (รายเดือน รายวัน รายชั่วโมง) สิทธิค่าจ้างวันหยุด และเบี้ยกะที่สถานประกอบการจ่ายเพิ่ม เครื่องมือคำนวณค่าล่วงเวลา ของเราช่วยแปลงสูตรเหล่านี้ให้เป็นตัวเลขที่ตรวจสอบได้ภายในไม่กี่วินาที

ทำไมเรื่องค่าล่วงเวลาถึงสำคัญกับคนทำงานไทย

ค่าล่วงเวลาไม่ใช่แค่เรื่องทางทฤษฎี เพราะมีผลต่อรายได้จริงของทั้งลูกจ้างและต้นทุนของนายจ้าง

  • ลูกจ้างรายเดือน: ถ้าทำงานวันหยุดบ่อย ๆ เงินเพิ่มจากส่วนนี้อาจเทียบเท่าโบนัสเล็ก ๆ ต่อเดือน ควรรู้ให้ได้ว่าตัวเองควรได้เท่าไหร่ เพื่อเช็กสลิปเงินเดือน
  • ลูกจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง: หลายอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน ก่อสร้าง ร้านอาหาร ค้าปลีก มีการจ่ายค่าล่วงเวลาเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้รวม ถ้าคำนวณผิดจะเสียเงินไปหลักพันถึงหลักหมื่นต่อเดือน
  • นายจ้างและฝ่ายบุคคล: คำนวณ OT ผิดพลาดเป็นความเสี่ยงทั้งในแง่กฎหมายและแรงงานสัมพันธ์ การมีตัวเลขอ้างอิงที่ชัดเจนช่วยลดข้อพิพาท
  • คนที่กำลังเปลี่ยนงาน: เทียบได้ว่าข้อเสนอ OT ของบริษัทใหม่คุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบกับค่าจ้างต่อชั่วโมงที่ควรจะเป็น

พร้อมกันนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานย้ำเสมอว่า ค่าล่วงเวลาเป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องของดุลยพินิจ หากนายจ้างไม่จ่ายหรือจ่ายต่ำกว่าอัตรา ลูกจ้างสามารถร้องเรียนได้

เครื่องมือนี้คำนวณอะไรได้บ้าง

เครื่องมือคำนวณค่าล่วงเวลาของ Savcurv รองรับทั้ง 3 รูปแบบค่าจ้าง และครอบคลุม 3 สถานการณ์หลัก ผลลัพธ์ที่ได้ประกอบด้วย

ผลลัพธ์ความหมาย
ค่าจ้างต่อชั่วโมง (ฐาน)อัตราต่อชั่วโมงที่ใช้เป็นฐานคำนวณ ขึ้นกับรูปแบบค่าจ้าง
ตัวคูณตามกฎหมาย1.5 / 1 / 2 / 3 เท่า ตามประเภทชั่วโมงและสิทธิค่าจ้างวันหยุด
ค่าจ้างตามกฎหมายค่าล่วงเวลา/ค่าทำงานในวันหยุดที่คำนวณจากสูตรข้างต้น
เบี้ยกะรวมเบี้ยเพิ่มต่อชั่วโมง × จำนวนชั่วโมงที่ทำเพิ่ม
ยอดรวมที่ควรได้ค่าจ้างตามกฎหมาย + เบี้ยกะ
ตารางเปรียบเทียบ 3 สถานการณ์OT วันทำงาน / ทำงานในวันหยุด / OT ในวันหยุด ใช้ฐานเดียวกัน

ผลลัพธ์ทุกค่าเป็นบาท แสดงในรูปแบบการ์ด ตัวเลขเปรียบเทียบ และกราฟแท่ง 3 แท่งเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

วิธีใช้งานทีละขั้น

  1. เลือก รูปแบบค่าจ้าง เป็น รายเดือน รายวัน หรือรายชั่วโมง
  2. กรอกค่าจ้างจริง เช่น เงินเดือน 18,000 บาท หรือค่าจ้างรายวัน 400 บาท
  3. กรอก ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน (ค่าเริ่มต้น 8 ชั่วโมง ตามกฎหมายแรงงานทั่วไป)
  4. ระบุ ชั่วโมงที่ทำเพิ่ม เช่น 3 ชั่วโมง
  5. เลือก ประเภทชั่วโมงที่ทำเพิ่ม เป็น OT วันทำงาน / ทำงานในวันหยุด / OT ในวันหยุด
  6. ระบุ สิทธิค่าจ้างวันหยุด ว่ามีอยู่แล้วหรือไม่ (สำคัญมาก ถ้าไม่ได้รับ ตัวคูณจะเปลี่ยน)
  7. กรอก เบี้ยกะรายชั่วโมง (ถ้ามี ถ้าไม่มีใส่ 0)
  8. กดปุ่ม คำนวณ ระบบจะแสดงผลลัพธ์ทั้งหมดและตารางเปรียบเทียบทันที

ค่าเริ่มต้นของเครื่องมือนี้เป็นกรณีใช้บ่อยที่สุด คือ เงินเดือน 18,000 บาท ทำงาน 8 ชั่วโมง/วัน OT 3 ชั่วโมง เป็น OT วันทำงาน และได้รับค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว ไม่มีเบี้ยกะ

ตัวอย่างการคำนวณจริง

ตัวอย่างที่ 1: OT วันทำงาน

พนักงานเงินเดือน 18,000 บาท ทำงานปกติ 8 ชั่วโมง/วัน วันนี้ต้องอยู่ทำ OT อีก 3 ชั่วโมง

  • ค่าจ้างต่อชั่วโมง (ฐาน) = 18,000 ÷ 30 ÷ 8 = 75 บาท
  • ตัวคูณ OT วันทำงาน = 1.5
  • ค่าล่วงเวลา = 75 × 1.5 × 3 = 337.50 บาท
  • ยอดรวมที่ควรได้ = 337.50 บาท (ไม่มีเบี้ยกะ)

ถ้าพนักงานทำ OT ลักษณะนี้ 10 วัน/เดือน เงิน OT ต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 3,375 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ทำงานในวันหยุด (ไม่มีสิทธิค่าจ้างวันหยุด)

ลูกจ้างรายวัน ค่าจ้าง 400 บาท/วัน ทำงาน 8 ชั่วโมง ไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุด และวันอาทิตย์นี้ต้องมาทำงานเต็มวัน

  • ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 400 ÷ 8 = 50 บาท
  • ตัวคูณกรณีไม่มีสิทธิค่าจ้างวันหยุด = 2
  • เงินที่ต้องจ่าย = 50 × 2 × 8 = 800 บาท

สังเกตว่ากรณีนี้นายจ้างจ่ายแค่เงินเพิ่ม 800 บาท ไม่ใช่ค่าจ้าง 800 + ค่าจ้างวันหยุดเพิ่มอีก เพราะลูกจ้างรายวันไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว

ตัวอย่างที่ 3: OT ในวันหยุด

ลูกจ้างรายชั่วโมง 80 บาท/ชั่วโมง วันเสาร์ทำงาน 4 ชั่วโมง และอยู่ทำ OT ต่ออีก 4 ชั่วโมง

  • ชั่วโมงทำงานในวันหยุด (4 ชั่วโมง) = 80 × 1 = 320 บาท (กรณีได้รับค่าจ้างวันหยุด)
  • OT ในวันหยุด 4 ชั่วโมง = 80 × 3 × 4 = 960 บาท
  • ยอดรวมทั้งวัน = 1,280 บาท

ตัวอย่างที่ 4: รวมเบี้ยกะ

ลูกจ้างรายวัน 372 บาท (ค่าจ้างขั้นต่ำ) ทำงาน 8 ชั่วโมง อยู่กะดึก OT 2.5 ชั่วโมง ได้เบี้ยกะ 15 บาท/ชั่วโมง

  • ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 372 ÷ 8 = 46.50 บาท
  • ค่าจ้างตามกฎหมาย (OT วันทำงาน 1.5 เท่า) = 46.50 × 1.5 × 2.5 = 174.38 บาท
  • เบี้ยกะรวม = 15 × 2.5 = 37.50 บาท
  • ยอดรวม = 174.38 + 37.50 = 211.88 บาท

สูตรคำนวณค่าล่วงเวลา ตามกฎหมายไทย

1. หาฐานค่าจ้างต่อชั่วโมง

  • รายเดือน: ฐาน = เงินเดือน ÷ 30 ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน
  • รายวัน: ฐาน = ค่าจ้างรายวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน
  • รายชั่วโมง: ฐาน = ค่าจ้างรายชั่วโมง

2. ตัวคูณตามสถานการณ์

สถานการณ์ได้รับค่าจ้างวันหยุดไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุด
OT วันทำงาน1.5 เท่า1.5 เท่า
ทำงานในวันหยุด1 เท่า2 เท่า
OT ในวันหยุด3 เท่า3 เท่า

3. คำนวณเงินเพิ่ม

ค่าจ้างตามกฎหมาย = ฐาน × ตัวคูณ × ชั่วโมงที่ทำเพิ่ม

เบี้ยกะรวม = เบี้ยเพิ่มต่อชั่วโมง × ชั่วโมงที่ทำเพิ่ม

ยอดรวมที่ควรได้ = ค่าจ้างตามกฎหมาย + เบี้ยกะรวม

ตัวคูณ 1.5 / 2 / 3 มาจากกฎหมายแรงงานโดยตรง ไม่สามารถต่อรองลดลงได้

ข้อสมมติฐาน ข้อจำกัด และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ชั่วโมงทำงานปกติต่อวันต้องมากกว่า 0 ถ้าใส่ 0 หรือเว้นว่างไว้ เครื่องมือจะไม่สามารถหาฐานค่าจ้างต่อชั่วโมงได้ ค่าทั่วไปคือ 8 ชั่วโมงสำหรับงานออฟฟิศ แต่บางอุตสาหกรรมอาจเป็น 7-9 ชั่วโมง
  • ชั่วโมง OT ติดลบจะถูกปัดเป็น 0 เพื่อกันค่าผิดพลาด
  • ค่าจ้างวันหยุดเป็นคนละส่วนกับค่าล่วงเวลา ลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานในวันหยุดควรอ่านผลลัพธ์เป็น เงินเพิ่มที่ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่ใช่แทนค่าจ้างเดิมทั้งวัน
  • เบี้ยกะเป็นทางเลือกของสถานประกอบการ แยกจากค่าจ้างตามกฎหมาย ไม่นับรวมเป็นค่าล่วงเวลา ถ้านายจ้างจ่ายต่ำกว่าอัตราเบี้ยกะที่ตกลงกันไว้ ปัญหาจะอยู่ที่ข้อตกลงไม่ใช่กฎหมาย OT โดยตรง
  • ค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเพดานล่าง ไม่ใช่ฐานคำนวณ ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 (มีผล 1 กรกฎาคม 2568) อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันอยู่ในช่วง 337-400 บาทต่อวัน แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน เครื่องมือนี้ใช้ค่าจ้างจริงที่ลูกจ้างได้รับเป็นฐาน ไม่ใช่ค่าจ้างขั้นต่ำ
  • กฎ OT ใช้กับลูกจ้างทั่วไป กลุ่มอาชีพบางประเภทได้รับยกเว้นตามมาตรา 65 เช่น งานบริหาร งานที่ต้องเดินทาง

เคล็ดลับการใช้ค่าล่วงเวลาให้คุ้มค่าและถูกต้อง

  • เช็กสลิปเงินเดือนทุกเดือน นำตัวเลขจากเครื่องมือไปเทียบกับรายการ OT ที่บริษัทจ่าย ถ้าไม่ตรงให้สอบถาม HR ทันที
  • บันทึกชั่วโมงทำงานจริง เก็บภาพหน้าจอบันทึกเวลาเข้า-ออก หรือทำบันทึกส่วนตัวไว้ เพราะถ้ามีข้อพิพาทจะใช้เป็นหลักฐานได้
  • ระวังการนับชั่วโมง "เศษ" ถ้าทำ 2.5 ชั่วโมง กรอก 2.5 ได้ เครื่องมือจะคำนวณตามนั้น
  • ตรวจสอบสิทธิค่าจ้างวันหยุด ลูกจ้างรายวันบางกลุ่มได้รับค่าจ้างวันหยุด บางกลุ่มไม่ได้ ต้องเช็กให้ชัด เพราะตัวคูณต่างกัน (1 เท่า vs 2 เท่า)
  • เบี้ยกะควรแยกบิลจากค่าล่วงเวลา ดูสลิปว่านายจ้างระบุชัดเจนว่าส่วนไหนเป็นค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย ส่วนไหนเป็นเบี้ยกะหรือสวัสดิการอื่น
  • ร้องเรียนได้ถ้าถูกจ่ายต่ำกว่า ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือสายด่วน 1506 กระทรวงแรงงาน หรือฟ้องศาลแรงงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าล่วงเวลา

ค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า 2 เท่า 3 เท่า ต่างกันอย่างไร?

อัตรา 1.5 เท่า คือ ค่าล่วงเวลา OT วันทำงานปกติ ใช้เมื่อทำงานเกินชั่วโมงปกติในวันทำงาน อัตรา 2 เท่า คือ ค่าทำงานในวันหยุด กรณีลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว อัตรา 3 เท่า คือ ค่าล่วงเวลาในวันหยุด คือทำงานวันหยุดแล้วอยู่ทำ OT ต่อ ตัวเลขทั้งหมดมาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ไม่สามารถต่อรองลดลงได้

ลูกจ้างรายเดือนคำนวณค่าจ้างต่อชั่วโมงยังไง?

ใช้สูตร เงินเดือน ÷ 30 ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน เช่น เงินเดือน 18,000 บาท แบ่งด้วย 30 วัน ได้ค่าจ้าง 600 บาท/วัน แบ่งด้วย 8 ชั่วโมง ได้ค่าจ้างต่อชั่วโมง 75 บาท ใช้ 75 บาทเป็นฐานคำนวณ OT ต่อไป

ถ้าทำงานในวันหยุด แต่บริษัทไม่ได้จ่ายค่าจ้างวันหยุด ควรได้เท่าไหร่?

กรณีนี้ใช้กับลูกจ้างรายวันที่ไม่มีสิทธิค่าจ้างวันหยุด ตัวคูณจะเป็น 2 เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมง เช่น รายวัน 400 บาท ทำงาน 8 ชั่วโมง วันหยุดมาทำงาน 8 ชั่วโมง จะได้รับ 50 × 2 × 8 = 800 บาท ถ้าต้องทำ OT ต่อในวันเดียวกันจะใช้ตัวคูณ 3 เท่า

OT รายเดือนต้องเสียภาษีเงินได้ไหม?

ค่าล่วงเวลาเป็นรายได้จากการทำงาน ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับเงินเดือนปกติ ไม่ได้มีข้อยกเว้นภาษีเฉพาะ OT นายจ้างบางแห่งหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% จากยอด OT เพื่อให้ลูกจ้างมีเครดิตภาษีล่วงหน้า แต่การคำนวณภาษีจริงจะรวมกับเงินได้ทั้งปีตอนยื่นภาษี

นายจ้างไม่จ่าย OT ตามกฎหมาย ร้องเรียนได้ที่ไหน?

เริ่มจากสอบถามฝ่ายบุคคลหรือผู้จัดการ ถ้าไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน สามารถแจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 หรือยื่นคำร้องต่อศาลแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิเรียกค่าล่วงเวลาย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปี เก็บหลักฐานสลิปเงินเดือน บันทึกเวลา และสัญญาจ้างไว้ให้พร้อม

OT ติดลบหรือใส่ตัวเลขผิด จะเกิดอะไรขึ้น?

เครื่องมือมีระบบตรวจสอบเบื้องต้น ชั่วโมงทำงานปกติต่อวันเป็น 0 จะแจ้งเตือน ชั่วโมง OT ติดลบจะถูกปัดเป็น 0 เพื่อไม่ให้คำนวณผลลัพธ์ผิด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากเครื่องมือเป็นการประมาณการตามสูตร ต้องเทียบกับเงื่อนไขจริงของนายจ้างและข้อตกลง OT ที่ลงนามไว้

ลองใช้ เครื่องมือคำนวณค่าล่วงเวลา ของ Savcurv ได้ทันที เปลี่ยนค่าตัวแปร กดคำนวณ แล้วเทียบหลายสถานการณ์ OT และวันหยุดเพื่อให้เห็นว่ายอดที่นายจ้างต้องจ่ายนั้นตรงกับกฎหมายหรือไม่ คำนวณซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ savcurv.com

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น