โฆษณา

คำนวณรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน คุ้มค่าหรือไม่

คำนวณรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน

เปรียบเทียบสินเชื่อเดิมกับสินเชื่อใหม่ ดูค่าผ่อน ดอกเบี้ยรวม จุดคืนทุน และเงินที่ประหยัดได้แบบอ่านง่าย

สินเชื่อเดิม

สินเชื่อใหม่

เคล็ดลับ: รีไฟแนนซ์คุ้มเมื่อดอกเบี้ยใหม่ต่ำลงพอ และคืนทุนจากค่าธรรมเนียมได้เร็วกว่าเวลาที่คุณถือสินเชื่อใหม่จริง

ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์

เลือกชุดค่าธรรมเนียมที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริง หรือกรอกเอง

รวมค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ค่าทนาย/สำนักงาน ค่าอากรแสตมป์ และประกันอัคคีภัย

รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน คืออะไร?

รีไฟแนนซ์ คือการย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ หรือต่อสัญญากับธนาคารเดิม เพื่อได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ผ่อนต่อเดือนน้อยลง หรือขยายระยะเวลาผ่อน

ทำไมถึงควรรีไฟแนนซ์?

  • ดอกเบี้ยลดลง — ถ้าอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง หรือเครดิตคะแนนของคุณดีขึ้น
  • ผ่อนน้อยลงทุกเดือน — ช่วยเพิ่มเงินสดใช้จ่ายในมือ
  • ปรับโครงสร้างหนี้ — เปลี่ยนจากดอกเบี้ยผันผวนเป็นดอกเบี้ยคงที่ หรือกลับกัน
  • รวมหนี้ — บางธนาคารอนุญาตให้รวมหนี้บัตรเครดิตเข้ากับสินเชื่อบ้าน

ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

  • ค่าประเมินทรัพย์สิน: 2,000 - 5,000 บาท
  • ค่าจดจำนอง: 0.01% ของวงเงิน (ลดราคาชั่วคราวถึง มิ.ย. 2026)
  • ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงิน
  • ค่าทนาย/สำนักงาน: 5,000 - 15,000 บาท
  • ประกันอัคคีภัย: 2,000 - 5,000 บาท/ปี

คำนวณอย่างไรว่าคุ้มหรือไม่?

วิธีง่ายๆ คือเปรียบเทียบ ผ่อนต่อเดือนเดิม กับ ผ่อนต่อเดือนใหม่ แล้วดูว่า ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ จะคืนทุนในกี่เดือน

ถ้าคืนทุนใน 1-2 ปี ถือว่าคุ้มค่ามาก ถ้า 2-3 ปี ให้พิจารณา ถ้า เกิน 3 ปี อาจไม่คุ้มเท่าไหร่

ข้อควรระวัง

  • ระยะเวลาเหลือน้อย: ถ้าเหลือผ่อนไม่กี่ปี ค่าธรรมเนียมอาจกินเกินเงินที่ประหยัดได้
  • ยืดระยะเวลาออก: อาจผ่อนเดือนลง แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น
  • อัตราดอกเบี้ยใหม่สูงกว่า: ไม่ควรรีไฟแนนซ์เด็ดขาด
  • เงื่อนไขผ่อนดอกเบี้ย: บางธนาคารให้ดอกเบี้ยถูกช่วงแรก แล้วปรับขึ้นทีหลัง
โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น