เปรียบเทียบ 2 วิธีจัดการภาษีเงินปันผลหุ้นไทย: ยอมรับ 10% หัก ณ ที่จ่าย หรือนำไปรวมรายได้เพื่อขอเครดิตภาษีคืน
ดูว่าที่อัตรา PIT ของคุณ วิธีไหนประหยัดกว่า เงินปันผลเข้าบัญชี 50,000 - 10% WHT = 45,000 บาท
รวมปันผลจากหุ้นทุกตัวในปีภาษีนั้น กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลเข้าข่ายด้วย
ดูจากหนังสือหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ส่วนใหญ่บริษัทจดทะเบียนจะเป็น 20%
ใช้อัตราส่วนเพิ่มที่ใบแจ้งยอดภาษี หรือประมาณจากรายได้สุทธิต่อปีหลังหักค่าใช้จ่าย
| อัตรา PIT | ภาษีสุทธิ (วิธี A: Final) | ภาษีสุทธิ (วิธี B: Credit) | ความต่าง | คำแนะนำ |
|---|
เครดิตภาษีเงินปันผล (Dividend Tax Credit) คือเครื่องมือที่กรมสรรพากรมอบให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการเสียภาษีบนเงินปันผล เพราะตามหลักการ กำไรของบริษัทถูกเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อจ่ายออกมาเป็นปันผลให้ผู้ถือหุ้น ก็ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 10% ถ้านักลงทุนนำปันผลไปรวมรายได้เพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดาอีก จะกลายเป็น "เสียภาษีซ้ำซ้อน" 2 ชั้น เครดิตภาษีเข้ามาช่วยขอคืนส่วนที่เสียซ้ำได้
เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบทั้ง 2 วิธีที่กฎหมายเปิดให้เลือก ได้แก่ วิธี Final 10% ที่จบที่การหัก ณ ที่จ่ายเลย และ วิธี Aggregate + Credit ที่นำไปรวมรายได้เพื่อขอเครดิตคืน พร้อมคำแนะนำว่าวิธีไหนเหมาะกับฐานภาษีของคุณ
คนไทยลงทุนหุ้นใน SET กันเยอะ ตลาดหลักทรัพย์มีหุ้นจดทะเบียน 700 กว่าตัว ส่วนใหญ่จ่ายปันผลปีละ 1-2 ครั้ง ถ้าพอร์ตมีหุ้น 10-20 ตัว ปันผลรวมต่อปีอาจหลักหมื่นถึงหลักแสน
ปันผลที่ได้รับเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 มาตรา 40(4)(ข) ตามประมวลรัษฎากร ต่างจากเงินเดือน (ม.40(1)) หรือค่าเช่า (ม.40(2)) แต่ก็นับรวมรายได้พึงประเมินต่อปีเหมือนกัน ถ้ารายได้รวมเกิน 120,000 บาทต่อปี ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91
ตามกฎกระทรวง ป.119/2545 และคำอธิบายของกรมสรรพากร ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดามีสิทธิเลือก 2 แนวทางในการจัดการภาษีเงินปันผล
| วิธี | ชื่อเรียก | ขั้นตอน | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| A | Final Tax | ยอมรับ 10% ที่หัก ณ ที่จ่าย จบที่นี่ ไม่ต้องยื่นเพิ่ม | คนรายได้สูง (PIT ≥ 20%) |
| B | Aggregate + Credit | นำปันผลไปรวมรายได้ คำนวณ PIT แล้วใช้ เครดิตภาษี หักออก | คนรายได้น้อย/กลาง (PIT ≤ 15%) หรือคนไม่มีรายได้อื่น |
ทุกครั้งที่บริษัทจ่ายปันผล บริษัทจะหัก 10% เข้ากรมสรรพากรให้แล้ว ถ้าเลือกวิธีนี้ถือว่าจบ ไม่ต้องนำไปรวมรายได้ตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ภาษีรวมที่จ่ายคือ 10% ของเงินปันผลก่อนหัก
ข้อดี: สะดวก ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องลุ้นกรมสรรพากรคืนเงินช้า
ข้อเสีย: ถ้า PIT ของคุณต่ำกว่า 10% เสียเปรียบ เพราะจ่ายเกินจริง
นำปันผลทั้งหมด (ก่อนหัก ณ ที่จ่าย) ไปรวมรายได้ประจำปี คำนวณภาษีตามขั้นบันได PIT ปกติ แล้วใช้ เครดิตภาษีเงินปันผล หักลดภาษีที่ต้องจ่าย สูตรคำนวณเครดิตคือ
เครดิตภาษีเงินปันผล = (เงินปันผลสุทธิ × อัตราภาษีนิติบุคคล) ÷ (100 − อัตราภาษีนิติบุคคล)
บริษัทจดทะเบียนใน SET ส่วนใหญ่เสียภาษีนิติบุคคล 20% ดังนั้น สูตรจะเป็น เครดิต = เงินปันผลสุทธิ × 20/80 หรือคิดง่าย ๆ คือ คูณ 0.25
ข้อดี: ถ้า PIT ต่ำกว่า 25% จะได้เงินภาษีคืน เพราะจ่าย WHT ไป 10% แต่ PIT ที่คำนวณได้จริงน้อยกว่า
ข้อเสีย: ต้องยื่นแบบ ยื่นเอกสาร รอเงินคืนอาจใช้เวลา 6 เดือนถึง 2 ปี บางครั้งถูกตรวจสอบภาษี
สูตรคำนวณพื้นฐาน (RD ป.119/2545):
เครดิตภาษีเงินปันผล = เงินปันผลสุทธิ × [อัตราภาษีนิติบุคคล ÷ (100 − อัตราภาษีนิติบุคคล)]
ตัวอย่าง: บริษัทจ่ายปันผล 10,000 บาท → หัก WHT 1,000 ได้สุทธิ 9,000 ถ้าบริษัทจ่ายจากกำไรที่เสียภาษี 20% → เครดิต = 9,000 × 20÷80 = 2,250 บาท
โครงสร้างคำนวณ:
Broken-even point (จุดที่ทั้ง 2 วิธีเสมอกัน) คืออัตรา PIT ของคุณ = c% × 100 ÷ (100 − c%) ถ้า c = 20% → PIT ของคุณ = 25% ถ้า PIT ของคุณ ≤ 25% → วิธี B คุ้มกว่า
ถ้าบริษัทได้สิทธิ BOI ยกเว้นภาษีนิติบุคคล หรือเป็นกองทุนรวมอสังหาฯ ที่ยกเว้นภาษี เครดิตจะเป็น 0 เพราะไม่มี underlying corp tax
| PIT ของคุณ | วิธี A (จ่ายจริง) | วิธี B (จ่ายจริง) | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| 5% | 5,000 บาท | ขอคืน 1,625 บาท | วิธี B (kè 1,625) |
| 10% | 5,000 บาท | จ่ายเพิ่ม 625 บาท | วิธี A (สะดวก) |
| 15% | 5,000 บาท | จ่ายเพิ่ม 2,875 บาท | วิธี A |
| 20% | 5,000 บาท | จ่ายเพิ่ม 5,125 บาท | วิธี A |
| 25% | 5,000 บาท | จ่ายเพิ่ม 7,375 บาท | วิธี A (broken-even) |
| 30% | 5,000 บาท | จ่ายเพิ่ม 9,625 บาท | วิธี A |
| 35% | 5,000 บาท | จ่ายเพิ่ม 11,875 บาท | วิธี A |
เห็นได้ชัดว่าที่ PIT ต่ำ ๆ PIT 5% เกือบเสมอต้นเสมอปลาย แต่ที่ PIT 10%+ วิธี A ประหยัดและสะดวกกว่ามาก
เคล็ดลับ: ถ้าลงทุนผ่านโบรกเกอร์ เช่น บล.กสิกรไทย บล.เกียรตินาคิน ฯลฯ หลายเจ้ามีระบบ Investor Portal ที่ส่งข้อมูลปันผลตรงไปยังกรมสรรพากรให้อัตโนมัติ ไม่ต้องกรอกเอง
เครดิตภาษีเงินปันผล คืออะไร สรุปง่าย ๆ? เครดิตภาษีเงินปันผล คือจำนวนเงินภาษีที่บริษัทจ่ายปันผลจากกำไรที่เสียภาษีนิติบุคคลไปแล้ว ส่วนนี้จะถูกส่งต่อให้ผู้ถือหุ้นใช้หักภาษีบุคคลธรรมดา สูตรคือ เงินปันผลสุทธิ × อัตราภาษีนิติบุคคล ÷ (100 − อัตราภาษีนิติบุคคล) ถ้าบริษัทจดทะเบียนจ่ายปันผลจากกำไรที่เสียภาษี 20% เครดิตจะเท่ากับปันผลสุทธิ × 0.25
ต้องเลือกวิธีไหน ถ้า PIT 25%? ถ้า PIT ส่วนเพิ่มของคุณ = 25% พอดี และบริษัทจ่ายปันผลจากกำไรที่เสียภาษี 20% ทั้ง 2 วิธีเสมอกัน (broken-even) ไม่มีข้อได้เปรียบทางตัวเลข แนะนำเลือก วิธี A (Final) เพราะสะดวกกว่า ไม่ต้องยื่นแบบ ไม่ต้องลุ้นกรมสรรพากรคืนเงินช้า
ปันผลหุ้นต่างประเทศ ใช้เครดิตภาษีในไทยได้ไหม? ไม่ได้โดยตรง เงินปันผลหุ้นต่างประเทศ เช่น หุ้นสหรัฐอเมริกา ถูกหัก ณ ที่จ่ายที่สหรัฐอเมริกา (15% ตามอนุสัญญาภาษี) ไม่ถูกหักในไทยเพิ่ม แต่ต้องนำมารวมรายได้ตอนยื่นไทย ใช้ Foreign Tax Credit แทน ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-US
ต้องนำปันผลไปรวมรายได้เสมอไหม ถ้าปันผลปีนั้นน้อย? ไม่จำเป็น ถ้า PIT bracket ของคุณสูงพอที่วิธี A ดีกว่า ก็ไม่ต้องนำไปรวม ภายใต้กฎหมาย ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาเลือกได้ตามสะดวก ไม่มีบังคับ เพียงแต่ถ้าเลือกวิธี B ต้องยื่นภายใน 31 มีนาคมของปีถัดไป
ถ้าลืมยื่นแบบ จะต้องทำยังไง? ยื่นสายได้ แต่จะเสียค่าปรับ 200 บาท บวกดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย ถ้าภาษีเป็น 0 (เพราะเลือกวิธี A หรือได้เงินคืนหมด) ก็ไม่มีค่าปรับ แต่อย่าลืมเก็บเอกสารไว้เผื่อตรวจสอบ
ปันผลจากกองทุนรวม SSF/RMF ต้องเสียภาษีเงินปันผลด้วยไหม? กองทุนรวมที่จ่ายปันผลระหว่างถือ (ไม่ใช่ตอนขายคืน) เข้าข่าย ม.40(4)(ข) เหมือนหุ้น แต่กองทุน SSF/RMF ที่ขายหน่วยลงทุนคืนเมื่อครบกำหนด เป็น "กำไรจากการขายหน่วย" ไม่ใช่ปันผล กรณี SSF ถือ 7 ปีขึ้นไปได้รับยกเว้นภาษีกำไร ถ้าขายก่อน 7 ปี กำไรต้องเสีย PIT แต่ไม่ใช่ "ภาษีเงินปันผล"
ลองใช้เครื่องมือคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลของ Savcurv ด้วยตัวเลขจริงของคุณ เปลี่ยนอัตรา PIT และ corp rate เพื่อดูว่าวิธีไหนคุ้มกว่า และขอคืนภาษีได้เท่าไหร่ คำนวณได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ครับ
ตเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"