โฆษณา

คำนวณค่าใช้จ่ายรถยนต์รวมต่อปี TCO น้ำมัน ประกัน ภาษี ทางด่วน ค่าซื้อรถ

คำนวณค่าใช้จ่ายรถยนต์รวมต่อปี

รวมค่าน้ำมัน ประกัน ภาษี ที่จอด ทางด่วน บำรุงรักษา และค่าเสื่อมราคา เพื่อดูต้นทุนจริงของการมีรถ

กราฟสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อปี

เลื่อนเมาส์หรือแตะเพื่อดูรายละเอียด

km/l
บาท/ลิตร
ค่าใช้จ่าย/ปี
-
ต้นทุน/กม.
-
ค่าเสื่อม/ปี (ปี 1)
-
รวม 5 ปี
-

สรุปค่าใช้จ่ายต่อปี

ค่าน้ำมัน/ไฟฟ้า-
ประกันภัย + พ.ร.บ.-
ภาษีรถ + ค่าทางด่วน-
ค่าที่จอดรถ-
ค่าบำรุงรักษา-
ค่าเสื่อมราคา (ปี 1)-
ค่าใช้จ่ายอื่น-
รวมค่าใช้จ่ายต่อปี-

💡 ข้อมูลเพิ่มเติม

มูลค่ารถหลัง 5 ปี-
ต้นทุนจริงหลังขาย-
ค่าน้ำมัน/ไฟฟ้าต่อเดือน-
ค่าที่จอด + ทางด่วนต่อเดือน-

ค่าใช้จ่ายรถยนต์รวมต่อปี — ซื้อรถคุ้มจริงไหม?

หลายคนคิดว่าราคารถคือต้นทุนเดียว แต่จริงๆ ต้นทุนรวม (Total Cost of Ownership, TCO) รวมค่าน้ำมัน ประกัน ภาษี ที่จอด ทางด่วน บำรุงรักษา และค่าเสื่อมราคา อาจสูงกว่าราคารถเท่าตัวภายใน 5 ปี

อะไรบ้างที่ต้องคำนวณ

  • ค่าน้ำมัน/ไฟฟ้า: ขึ้นอยู่กับระยะทาง อัตราสิ้นเปลือง และราคาน้ำมัน หรือค่าไฟสำหรับรถ EV
  • ประกันภัย + พ.ร.บ.: ประกันชั้น 1 ~8,000-25,000 บาท/ปี พ.ร.บ. ~650 บาท/ปี
  • ภาษีรถยนต์: เก๋ง 1,500cc = ~1,500 บาท/ปี รถใหญ่ขึ้น = สูงขึ้น รถไฟฟ้าได้รับยกเว้นภาษีถนน
  • ค่าที่จอดรถ + ทางด่วน: คอนโด ~1,500-4,000/เดือน ออฟฟิศ ~500-2,000/เดือน ทางด่วน ~1,000-5,000/เดือน
  • ค่าบำรุงรักษา: รถญี่ปุ่น ~5,000-10,000/ปี รถยุโรป ~15,000-30,000/ปี
  • ค่าเสื่อมราคา: ปีแรกรถใหม่เสื่อม 15-25% รถมือสองเสื่อมน้อยกว่า แต่ต้นทุนซ่อมอาจสูง

ภาษีรถยนต์ประเทศไทย (ประมาณการ)

  • 600cc ลง: ~500 บาท/ปี
  • 601-1,000cc: ~800 บาท/ปี
  • 1,001-1,500cc: ~1,500 บาท/ปี
  • 1,501-1,800cc: ~2,700 บาท/ปี
  • 1,801-2,000cc: ~3,000 บาท/ปี
  • 2,001-2,500cc: ~3,900 บาท/ปี
  • 2,501-3,000cc: ~5,000 บาท/ปี
  • 3,001-4,000cc: ~7,000 บาท/ปี
  • มากกว่า 4,000cc: ~9,000+ บาท/ปี

รถไฟฟ้า (EV) ได้รับยกเว้นภาษีถนนในปัจจุบัน — นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญอีกอย่างนอกจากค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าน้ำมัน

ตัวอย่าง — รถเก๋ง 8 แสนบาท vs รถไฟฟ้า 1.2 ล้าน

รถเก๋งเบนซิน 800,000 บาท:

  • ค่าน้ำมัน/ปี (20,000 กม.): ~50,667 บาท
  • ประกัน + พ.ร.บ.: ~14,150 บาท
  • ภาษีรถ: ~1,500 บาท
  • ค่าที่จอด + ทางด่วน/ปี: ~42,000 บาท
  • ค่าบำรุงรักษา: ~8,000 บาท
  • ค่าเสื่อมราคาปี 1: ~160,000 บาท
  • รวมต่อปี: ~274,000 บาท

รถไฟฟ้า 1,200,000 บาท:

  • ค่าไฟฟ้า/ปี (20,000 กม.): ~16,200 บาท
  • ประกัน + พ.ร.บ.: ~15,650 บาท
  • ภาษีรถ: 0 บาท (ยกเว้น)
  • ค่าที่จอด + ทางด่วน/ปี: ~42,000 บาท
  • ค่าบำรุงรักษา: ~5,000 บาท
  • ค่าเสื่อมราคาปี 1: ~300,000 บาท
  • รวมต่อปี: ~379,000 บาท

รถไฟฟ้าต้นทุนรวมสูงกว่าในปีแรก แต่ค่าน้ำมัน/ไฟฟ้าต่างกันมาก — ใช้งาน 5 ปี ถ้าวิ่งเยอะ EV เริ่มคุ้ม

เทียบต้นทุนต่อกิโลเมตร

ใช้เครื่องมือนี้คำนวณ ต้นทุนต่อกม. โดยไม่รวมค่าเสื่อมราคา — นี่คือต้นทุนจริงที่ต้องจ่ายทุกปี:

  • รถเก๋งเบนซิน: ~5.7 บาท/กม.
  • รถไฟฟ้า: ~3.9 บาท/กม.
  • SUV: ~6.4 บาท/กม.
  • รถหรู: ~11.4 บาท/กม.
  • กระบะดีเซล: ~4.7 บาท/กม.

ซื้อ vs เช่า vs ใช้ Grab/taxi?

ถ้าวิ่งน้อย (น้อยกว่า 10,000 กม./ปี) หรือต้องการความยืดหยุ่น เช่ารถระยะสั้น หรือใช้บริการเรียกรถ อาจคุ้มกว่าซื้อ เพราะค่าเสื่อมราคาจะกลายเป็นต้นทุนที่ไม่ได้ใช้ประโยช์

ถ้าวิ่งเยอะ (มากกว่า 25,000 กม./ปี) มีที่จอดฟรี และรถใช้งานระยะยาว การซื้อรถที่ประหยัดเชื้อเพลิง (EV หรือไฮบริด) จะคุ้มทุนเร็วกว่า

เคล็ดลับลดค่าใช้จ่ายรถ

  • ซื้อรถมือสอง 2-3 ปี — ค่าเสื่อมราคาช่วงแรงที่สุดผ่านไปแล้ว
  • เปรียบเทียบประกันทุกปี — ราคาเปลี่ยนแปลงมาก
  • ตรวจเช็คระยะตามกำหนด — ซ่อมก่อนพังถูกกว่าซ่อมหลังพัง
  • ขับประหยัดเชื้อเพลิง — ลดความเร็วบนทางด่วน ใช้ลมยางที่เหมาะสม
  • EV ใช้ชาร์จบ้าน (off-peak) — ค่าไฟ ~3.5 บาท/kWh แทน 6-11 บาท/kWh ที่สถานีสาธารณะ

คำถามที่พบบ่อย

ค่าเสื่อมราคาต้องคำนวณไหม? ต้อง — ถ้าซื้อรถ 1 ล้านแล้วปีแรกเสื่อม 20% คุณเสีย 200,000 บาท แม้ไม่ได้จ่ายเงินสดเพิ่ม แต่สินทรัพย์ลดลง

รถไฟฟ้าประหยัดกว่าเท่าไหร่? ค่าไฟถูกกว่าน้ำมัน 3-5 เท่า แต่ค่าเสื่อมราคาปีแรกสูงกว่า และยังขายต่อยากกว่า — ใช้ 5+ ปีถึงคุ้มทุน

ควรซื้อรถราคาเท่าไหร่? กฎทั่วไปคือรถไม่ควรเกิน 20-30% ของรายได้ต่อปี หรือผ่อนไม่เกิน 15-20% ของรายได้/เดือน

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น