โฆษณา

คำนวณภาษีโบนัส — โบนัส × หัก ณ ที่จ่าย 5% × PIT progressive

คำนวณภาษีโบนัส [โบนัส × หัก ณ ที่จ่าย 5% × PIT progressive]

รู้ว่าโบนัสในมือต้องจ่ายเพิ่ม หรือขอคืนภาษีได้เท่าไหร่

เปรียบเทียบ PIT effective vs หัก ณ ที่จ่าย 5%

ภาษีจริงตามขั้นบันได vs หัก ณ ที่จ่าย 5% — ส่วนต่างคือเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือขอคืน

ใส่ 12 ถ้าทำงานครบปี ลดลงถ้าเข้าใหม่กลางปี

ค่าจากปุ่ม preset ด้านบน

ถ้าใส่ จะใช้ค่านี้แทนเงินเดือน × เดือนโบนัส

ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 30,000 + บุตร 30,000 ต่อคน เงินสมทบประกันสังคม/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/SSF/RMF ฯลฯ

สุทธิที่รับจากโบนัส (หลังหัก 5%)
0
โบนัส 0 บาท − หัก ณ ที่จ่าย 5% = 0 บาท
ผลลัพธ์: ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ ขอคืนภาษีได้
0
เปรียบเทียบ PIT effective vs 5% WHT แล้ว
โบนัสก่อนหัก (gross)
0
หัก ณ ที่จ่าย 5%
0
PIT effective ของโบนัส
0.00%
ส่วนต่าง effective vs 5%
0.00%
PIT ทั้งปี (รวมโบนัส)
0
PIT ส่วนที่เป็นโบนัส
0
ℹ️
สถานะและคำแนะนำ
รายการ ตาม ณ ที่จ่าย 5% ตาม PIT progressive ความต่าง

อ้างอิง ม.50(1) แห่งประมวลรัษฎากร ตาม พ.ร.บ. 2567 bracket progressive 2566+ ยื่น ภ.ง.ด.90/91 ภายใน 31 มี.ค. ของปีถัดไป

ภาษีโบนัสคืออะไร และทำไมคนไทยต้องคำนวณทุกปลายปี

ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม บริษัทไทยส่วนใหญ่จ่ายโบนัสปีใหม่หรือโบนัสประจำปีให้พนักงาน โบนัสถือเป็น เงินได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) ของประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับเงินเดือน แต่มีข้อพิเศษคือ เมื่อบริษัทจ่าย ต้อง หักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ตามมาตรา 50(1) แห่ง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 56 พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปี 2567

ปัญหาคือ หลายคนได้โบนัสแล้วคิดว่า "หัก 5% เสร็จแล้ว ไม่ต้องทำอะไร" แต่ในความเป็นจริง ภาษี 5% ที่หักไปตอนจ่ายโบนัสเป็น การหักล่วงหน้า เท่านั้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่แท้จริงของคุณอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่า 5% ขึ้นอยู่กับอัตราขั้นบันได PIT (Progressive Tax) ทั้งปี ซึ่งรวมเงินเดือนและโบนัสเข้าด้วยกัน เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณรู้ว่า "ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ ขอคืนภาษีได้" พร้อมยอดเงินที่แน่นอน

สูตรคำนวณภาษีโบนัส อธิบายทีละขั้น

1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5%

เมื่อบริษัทจ่ายโบนัส บริษัทมีหน้าที่หัก 5% ส่งกรมสรรพากรทันที ตามมาตรา 50(1) สูตรคือ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = โบนัสก่อนหัก × 5%

เช่น โบนัส 60,000 บาท → บริษัทหักส่งสรรพากร 3,000 บาท → พนักงานได้รับเงินสุทธิ 57,000 บาท ตรงนี้คือจุดจบของภาษี ณ ที่จ่าย แต่ยังไม่ใช่ภาษีทั้งหมดที่คุณต้องเสียในปีนั้น

2. นำโบนัสรวมเข้าเงินเดือนทั้งปี

โบนัสไม่ใช่รายได้แยกต่างหาก ต้องนำไปรวมกับเงินเดือนทั้งปีเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT) ตามขั้นบันได สูตรคือ

รายได้ทั้งปี = เงินเดือน × จำนวนเดือนที่ทำงาน + โบนัส (รวมสัดส่วนเดือน)

กรณีพนักงานเข้าใหม่กลางปี เช่น เริ่มงานเดือนกรกฎาคม ให้ใช้สูตร pro-rate: โบนัส × (เดือนทำงานจริง ÷ 12) เพราะโบนัสปกติคำนวณจากเงินเดือนทั้งปี ถ้าคุณทำงานไม่ครบปี คุณควรได้โบนัสสัดส่วนลดลงตามไปด้วย

3. คำนวณ PIT ตามขั้นบันได Progressive

เมื่อได้ รายได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่าย 50% ของรายได้ ไม่เกิน 100,000 บาท + ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร RMF SSF ฯลฯ) แล้ว ให้ใช้อัตราขั้นบันได PIT ปี 2566+ ซึ่งยังมีผลบังคับใช้ในปี 2569 (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมฯ พ.ศ. 2565):

ขั้นบันได PIT (บาท)อัตรา PITภาษีสะสม
0 - 150,0000%0
150,001 - 300,0005%7,500
300,001 - 500,00010%27,500
500,001 - 750,00015%65,000
750,001 - 1,000,00020%115,000
1,000,001 - 2,000,00025%365,000
2,000,001 - 5,000,00030%1,265,000
5,000,001 ขึ้นไป35%ขึ้นไปเรื่อย ๆ

4. เปรียบเทียบ effective rate กับ 5% — refund หรือ top-up

เมื่อรู้ PIT ทั้งปีแล้ว นำมาคำนวณสัดส่วนที่ "เกิดจากโบนัส" (ตามสัดส่วนรายได้) แล้วแปลงเป็น effective rate ของโบนัส (PIT effective = (PIT ทั้งปี × โบนัส) ÷ รายได้รวม ÷ โบนัส) จากนั้นเทียบกับ 5%:

  • PIT effective > 5%: ต้อง จ่ายเพิ่มใน ภ.ง.ด.90/91
  • PIT effective < 5%: ขอคืนภาษีผ่าน ภ.ง.ด.90/91 ได้
  • PIT effective = 5%: พอดี ไม่ต้องทำอะไร

สูตรคือ เงินที่ต้องคืนหรือจ่ายเพิ่ม = (5% × โบนัส) − PIT ส่วนโบนัส หากค่าเป็นบวก = ขอคืนได้ ถ้าลบ = ต้องจ่ายเพิ่ม

วิธีใช้เครื่องคิดเลขภาษีโบนัส

  1. กรอก เงินเดือน (บาท/เดือน) และ จำนวนเดือนที่ทำงานในปีนี้ (1-12)
  2. กดปุ่ม preset 0.5 / 1 / 1.5 / 2 / 3 / 6 เดือน เพื่อเลือกสัดส่วนโบนัส หรือกรอกเองในช่อง "จำนวนเดือนโบนัส"
  3. ถ้ามียอดโบนัสแน่นอนจากบริษัท ใส่ในช่อง "โบนัสระบุเอง" เครื่องจะใช้ค่านี้แทน
  4. กรอก ค่าลดหย่อนรวม ของคุณ (ส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 30,000 + บุตร 30,000 ต่อคน + SSF/RMF/PVF)
  5. กด "คำนวณภาษีโบนัส" หรือแก้ค่าใดค่าหนึ่ง ระบบจะคำนวณใหม่ทันที
  6. อ่านผลจากการ์ดหลัก 3 ใบ: สุทธิที่รับ, ขอคืน/จ่ายเพิ่ม, PIT vs WHT 5% พร้อมตารางเปรียบเทียบขั้นบันได

ตัวอย่างการคำนวณจริง 6 เคส

เคส A: โบนัส 2 เดือน เงินเดือน 30,000 (refund)

  • รายได้รวม = 360,000 (เงินเดือน) + 60,000 (โบนัส) = 420,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่าย 100,000 (cap 50% ของรายได้)
  • รายได้สุทธิ = 320,000 − 60,000 ค่าลดหย่อน = 260,000 บาท
  • PIT = (260,000 − 150,000) × 5% = 5,500 บาท
  • WHT 5% = 60,000 × 5% = 3,000 บาท
  • PIT ที่เป็นโบนัส = 5,500 × (60,000 / 420,000) = 785.71 บาท
  • PIT effective ของโบนัส = 785.71 ÷ 60,000 = 1.31%
  • เนื่องจาก 1.31% < 5% → ขอคืนได้ 2,214 บาท
  • เงินเข้าบัญชีจากโบนัส = 57,000 บาท (60,000 − 3,000)

เคส B: โบนัส 1 เดือน เงินเดือน 30,000 (refund ขนาดเล็ก)

  • โบนัส = 30,000 บาท (1 × 30,000)
  • รายได้รวม = 360,000 + 30,000 = 390,000
  • PIT effective ต่ำกว่า 5% → ขอคืนได้ประมาณ 1,000 บาท
  • ถ้าไม่ยื่นขอคืน จะเสียเงินฟรี ๆ หลักร้อยถึงพันบาท

เคส C: โบนัส 3 เดือน เงินเดือน 100,000 (top-up)

  • โบนัส = 300,000 บาท รายได้รวม = 1,500,000 บาท
  • รายได้สุทธิ = 1,500,000 − 100,000 − 60,000 = 1,340,000
  • PIT ขั้นบันไดของ 1,340,000 = 200,000 บาท
  • WHT 5% = 15,000 บาท
  • PIT ที่เป็นโบนัส = 200,000 × 300,000/1,500,000 = 40,000 → effective 13.33%
  • 13.33% > 5% → ต้องจ่ายเพิ่ม 25,000 บาท ใน ภ.ง.ด.90/91

เคส D: โบนัส 1 เดือน เงินเดือน 30,000 เข้าใหม่กลางปี (6 เดือน)

  • โบนัส prorate = (6/12) × 1 × 30,000 = 15,000 บาท
  • รายได้รวม = 180,000 + 15,000 = 195,000
  • รายได้สุทธิ = 195,000 − 97,500 − 60,000 = 37,500 บาท
  • PIT = 0 (อยู่ในช่วง 0-150,000)
  • WHT 5% = 750 บาท
  • ขอคืนได้ 750 บาท

เคส E: โบนัส 6 เดือน เงินเดือน 200,000 (top-up ใหญ่)

  • โบนัส = 1,200,000 รายได้รวม = 3,600,000 บาท
  • PIT ทั้งปี = 797,000 บาท (ขั้นสูงสุด 35%)
  • WHT 5% = 60,000 บาท
  • PIT ที่เป็นโบนัส = 797,000 × (1.2/3.6) = 265,667 บาท
  • PIT effective ของโบนัส = 22.14%
  • ต้องจ่ายเพิ่ม 205,667 บาท
  • เคสนี้โบนัสใหญ่จนดึงรายได้รวมทะลุ bracket 35% ทำให้ต้องจ่ายเพิ่มจำนวนมาก

เคส F: โบนัส 0.5 เดือน เงินเดือน 15,000 ทำงานครบปี (refund เล็กน้อย)

  • โบนัส = 7,500 บาท รายได้รวม = 187,500
  • รายได้สุทธิ = 33,750
  • PIT = 0 (ยังไม่เกิน 150,000)
  • WHT 5% = 375 บาท
  • ขอคืนได้ 375 บาท

การอ่านผลลัพธ์จากเครื่องคิดเลข

  • สุทธิที่รับจากโบนัส (การ์ดหลัก): จำนวนเงินที่เข้าบัญชีธนาคารของคุณหลังหัก ณ ที่จ่าย 5% แล้ว เช่น โบนัส 60,000 → ได้สุทธิ 57,000
  • การ์ด "ขอคืน/จ่ายเพิ่ม": บอกสถานะสี 3 แบบ
    • สีเขียว: "ขอคืนได้ X บาท" — เพราะ PIT effective ต่ำกว่า 5%
    • สีแดง: "ต้องจ่ายเพิ่ม X บาท" — เพราะ PIT effective สูงกว่า 5% (bracket สูง)
    • สีน้ำเงิน: "พอดี" หรือ "ไม่ต้องทำอะไร" — effective ใกล้เคียง 5%
  • ผลลัพธ์ 6 ช่องย่อย: โบนัสก่อนหัก, WHT 5%, PIT effective, ส่วนต่าง effective vs 5%, PIT ทั้งปี, PIT ส่วนที่เป็นโบนัส
  • ตารางเปรียบเทียบ: 3 แถว (ภาษีจริง / เงินเข้าบัญชีสุทธิ / effective rate) เทียบระหว่าง WHT 5% กับ PIT progressive
  • แผนภูมิแท่ง: เปรียบเทียบ 4 ค่า (5% WHT, PIT จริง, ส่วนต่าง, โบนัส gross) เห็นภาพรวมว่าเงินไหลไปทางไหน

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

  • หัก ณ ที่จ่าย 5% ใช้กับเงินได้ประเภทที่ 1 มาตรา 40(1) เท่านั้น ไม่ครอบคลุมม.40(2)-(8) เช่น freelance 40(2) หรือค่าลิขสิทธิ์ 40(3) ซึ่งมีการหัก ณ ที่จ่ายอัตราอื่น
  • รายได้ประเภทอื่น เช่น freelance, ค่าเช่า, เงินปันผล 40(2)/(4)/(8) ต้องคำนวณแยกในแบบ ภ.ง.ด.90/91 แล้วนำผลรวมมารวมคำนวณ PIT bracket รายได้ทั้งปี
  • ค่าลดหย่อนครอบครัว: ค่าเริ่มต้น 60,000 บาท (ส่วนตัว) ถ้ามีคู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือ SSF/RMF/PVF สมทบ ให้บวกเข้าด้วยตัวเอง เครื่องนี้ไม่คำนวณให้
  • PIT progressive ใช้ bracket 2566+ ตาม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2565 (มีผลจนถึง 2569) ถ้ากฎหมายเปลี่ยน bracket หรืออัตรา เครื่องมือต้องได้รับการอัปเดต
  • สมมติฐาน: เป็น single filer เท่านั้น (ไม่หักค่าลดหย่อนคู่สมรส/บุตรอัตโนมัติ) ใส่ค่าลดหย่อนรวมเอง
  • ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 หรือ 91 ภายใน 31 มีนาคม ของปีถัดไป ไม่งั้นโดนค่าปรับ 200 บาท + ดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน
  • ถ้ามีเงินได้จากหลายที่ เช่น part-time + full-time โบนัสจากทั้ง 2 ที่ต้องคำนวณรวมกันแล้วยื่นรายเดียว
  • โบนัสจ่ายล่าช้าข้ามปี: ถ้าบริษัทจ่ายโบนัสในเดือนมกราคม 2569 แต่เป็นของปี 2568 → ถือเป็นรายได้ปี 2569 ตามเกณฑ์ cash basis

เคล็ดลับประหยัดภาษีโบนัส

  • ตรวจสอบภาษีทุกปี: กรมสรรพากรยอมให้ยื่นขอคืนได้ภายใน 3 ปี อย่าปล่อยทิ้งไว้ เงินภาษีที่ถูกหักไปเป็นเงินคุณ
  • ใช้ระบบ e-Filing: เข้าเว็บ etax.rd.go.th หรือโปรแกรม RD Smart กรอกข้อมูล 10-15 นาที ไม่ต้องเดินทาง
  • ตั้ง SSF/RMF ก่อนสิ้นปี: ถ้ายังไม่ครบลิมิต ซื้อกองทุน SSF (ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000) RMF (ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000) ก่อน 31 ธันวาคม ของปีนั้น เพื่อลด PIT effective
  • ถ้าโบนัสใหญ่มาก: ลองคำนวณล่วงหน้าในเครื่องนี้ก่อนรับ ปรับ SSF/RMF ให้ลดหย่อนเพิ่ม เพื่อลด top-up ตอนยื่น
  • ตรวจใบ 50 ทวิ: บริษัทจะส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ต้นปีถัดไป เก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี
  • คำนวณสะสมรายได้: ถ้ามีเงินได้อื่น (part-time, freelance, ค่าเช่า) นำมาบวกเข้า effective ด้วย เพราะภาษีคำนวณจาก รวม รายได้ทั้งปี
  • ห้ามลืมเงินปันผล: ถ้าถือหุ้นได้ปันผล เงินปันผลก็เป็นรายได้ประเภทที่ 4 ต้องนำไปรวม
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: เครื่องมือนี้เป็นการประมาณการเบื้องต้น ถ้ารายได้รวมทะลุ 1 ล้านบาท มีรายได้หลายช่องทาง หรือมีทรัพย์สินต่างประเทศ ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. โบนัสโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์? โบนัสเป็นรายได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) ของประมวลรัษฎากร ต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% ตามมาตรา 50(1) แห่ง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 56 พ.ศ. 2567 (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2567) บริษัทจะหัก 5% ส่งกรมสรรพากรทันทีที่จ่าย พนักงานได้รับเงินสุทธิ 95% ของโบนัสก่อนหัก

2. ถ้า PIT effective สูงกว่า 5% (เช่นได้เงินเดือนสูง + โบนัสใหญ่) ต้องทำอย่างไร? าษีส่วนต่าง "ทับ" เข้ากรมสรรพากรในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ภายใน 31 มีนาคม ของปีถัดไป ระบบจะคำนวณจากภาษีทั้งปี (รวมเงินเดือน + โบนัส) แล้วหัก WHT 5% ที่หักไปแล้ว เหลือเท่าไหร่ต้องจ่ายเพิ่ม

3. ขอคืนภาษีโบนัสได้ที่ไหน ภายในเมื่อไหร่? ยื่นผ่าน e-Filing บนเว็บกรมสรรพากร etax.rd.go.th หรือโปรแกรม RD Smart ภายใน 31 มีนาคม ของปีถัดไป (กรมสรรพากรให้ยื่นขอคืนได้ย้อนหลังสูงสุด 3 ปี) เตรียมเอกสาร: ใบ 50 ทวิ จากบริษัท + หนังสือรับรองเงินเดือน + สลิปเงินเดือน 12 เดือน

4. โบนัส prorate ถ้าทำงานไม่ครบปีคำนวณอย่างไร? สูตร pro-rate: โบนัส net = (เดือนทำงานจริง ÷ 12) × สัดส่วนโบนัส × เงินเดือน เช่น เริ่มงาน 1 ก.ค. (6 เดือน) เงินเดือน 30,000 ได้โบนัส 1 เดือน = (6/12) × 1 × 30,000 = 15,000 บาท

5. ถ้าเป็น freelance + พนักงานประจำ คำนวณรวมกันได้ไหม? ได้ แต่ต้องรวมเข้าแบบ ภ.ง.ด.90/91 ตามมาตรา 40 ทั้งหมด (40(1) เงินเดือน, 40(2) freelance, 40(4) ปันผล, 40(8) roy ฯลฯ) เข้าด้วยกัน เครื่องมือนี้สมมติว่ามีแต่รายได้ 40(1) เท่านั้น ถ้ามีรายได้อื่นให้นำมาบวกในช่อง "ค่าลดหย่อนรวม" หรือใช้เครื่องมือคำนวณภาษี freelance แยก

6. โบนัสจากหุ้น (stock dividend/ESPP bonus) ต่างจากโบนัสเงินสดยังไง? โบนัสเงินสด = รายได้ 40(1) ต้องรวม PIT bracket หัก ณ ที่จ่าย 5% แต่ โบนัสหุ้น (stock bonus แบบ RSU/ESPP จ่ายเป็นหุ้น) ถือเป็นรายได้ 40(1) เช่นกัน มูลค่าหุ้นวัน vesting ถือเป็นเงินได้ต้องเสียภาษี แต่ไม่มีเงินสดเข้าบัญชี ต้องขายหุ้นบางส่วนเพื่อจ่ายภาษี ส่วน เงินปันผล เป็นรายได้ 40(4) หัก ณ ที่จ่าย 10% ไม่เข้า PIT bracket

ลองใช้เครื่องคิดเลขภาษีโบนัสของ Savcurv ได้ทันที กรอกเงินเดือน เลือก preset แล้วกดคำนวณ เพื่อรู้ว่าโบนัสปลายปีนี้ต้องจ่ายเพิ่มหรือขอคืนได้กี่บาท คำนวณซ้ำได้ไม่จำกัดครับ

โฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ "จัดการคุ๊กกี้"

ข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลจากการใช้คุกกี้นั้น ไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของท่านได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น